เชื้อราที่ผนังบ้านภัยร้ายที่ไม่ควรมองข้าม

เชื้อราผนังห้อง หนึ่งในปัญหาเรื่องบ้านที่หลายคนพบเจอ โดยเฉพาะกับบ้านเก่าที่มีการอยู่อาศัยมานานพอสมควร ซึ่งปัญหา ผนังขึ้นรา ถือเป็นปัญหาที่ควรได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพราะแม้จะไม่ได้มีผลกระทบอะไรกับโครงสร้างของตัวบ้านมากนัก แต่ถือเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเรื่องสุขอนามัยและสุขภาพของทุกคนในบ้าน เพราะ อันตรายจากเชื้อรา อาจส่งผลรุนแรงมากกว่าที่คิด แค่จินตนาการว่าต้อง นอนในห้องที่มีเชื้อรา ก็ไม่ไหวแล้ว แต่ไม่ต้องกังวลเพราะวันนี้ทีมงาน  ได้รวบรวมเอาสาเหตุและวิธีแก้ไขปัญหาเมื่อเกิดเชื้อราผนังห้องมาฝากแล้วครับ

สาเหตุที่ทำให้ผนังบ้านเกิดเชื้อรา

1.ท่อน้ำที่เดินไว้ภายในบ้าน หรือซ่อนตามผนังบ้านเกิดอาการรั่ว ทำให้ผนังบ้านมีความชื้น และเมื่อทิ้งไว้นานๆ โดยไม่ได้แก้ไข ความชื้นจึงเป็นสาเหตุของเชื้อรา

2.เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาเป็นฤดูฝน เชื้อราที่เกิดขึ้นอาจเกิดจากน้ำฝนที่ตกอย่างหนักและกระเด็นเข้าไปภายในบ้านทำให้ผนังชื้นและเกิดเชื้อรา

3.เมื่อผนังมีความชื้นสะสมเป็นเวลานานเป็นไปได้ว่าทำให้เกิดการสะสมของแบคทีเรีย เชื้อรา และเมื่อเกิดเชื้อราขึ้นแล้วการขยายและเติบโตของเชื้อราจึงมีความต่อเนื่อง

เชื้อราผนังห้อง ก่ออันตรายได้แค่ไหน

อย่างที่กล่าวไปแล้วว่าเชื้อรานั้นขยายพันธุ์โดยการสร้างสปอร์กระจายออกไปในอากาศ กรณีที่มี เชื้อราในบ้าน จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยกับการสูดเอาอากาศที่มีสปอร์เชื้อราปะปนอยู่เข้าไปในร่างกาย โดยเฉพาะการสูดเข้าไปสะสมในปริมาณมากในระยะเวลานานต่อเนื่องกันอย่างการ นอนในห้องที่มีเชื้อรา ที่อาจทำให้มีอาการปวดศีรษะ คัดจมูก น้ำมูกไหล มีไข้ ระคายเคืองตา จมูก และหลอดลม โดยเฉพาะเมื่อผู้ที่อยู่อาศัยในบ้านเป็นผู้มีโรคประจำตัวประเภทภูมิแพ้หรือหืดหอบ การสัมผัสเชื้อราไม่ว่าจะผ่านทางผิวหนังหรือผ่านการสูดดมก็อาจทำให้เกิดปฏิกิริยาภูมิแพ้ (Allergic Reactions) หรือก่อให้เกิดโรคปอดอักเสบจากอาการภูมิแพ้ (Hypersensitivity Pneumonitis) ซึ่งเป็น อันตรายจากเชื้อรา ที่ร้ายแรงถึงชีวิตได้เลยครับ

วิธีกำจัดเชื้อรา

แปรงสีฟันและแอลกอฮอล์

นำแปรงสีฟันที่แห้งขัดราออกให้หมดอย่างเบามือ จากนั้นใช้ผ้าชุบแอลกอฮอล์เช็ดตรงที่มีเชื้อราเบาๆ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เชื้อราเจริญเติบโตขึ้นได้อีกครั้ง

น้ำยาฟอกขาว

นำน้ำยาฟอกขาวหรือผงฟอกขาวซึ่งเป็นสาร Hypochlorite ที่มีส่วนผสมของคลอรีนซึ่งสามารถกำจัดได้ทั้งเชื้อราและตะไคร่น้ำ นำมาผสมน้ำในอัตราน้ำยาฟอกขาว 1 ส่วน ต่อน้ำสะอาด 99 ส่วน นำมากรอกใส่ขวดสเปรย์เพื่อพ่นใส่ผนังส่วนที่มีเชื้อรา จากนั้นเช็ดด้วยน้ำเปล่าอีกรอบแล้วจึงใช้แปรงสะอาดขัดราออกอีกครั้ง ข้อควรระวัง คือ ไม่ควรนำคลอรีนเพียวๆ แบบที่ใช้ในสระว่ายน้ำมาใช้ เพราะมีฤทธิ์กัดกร่อนสูง และอาจก่อให้เกิดอันตรายขณะใช้งานได้ครับ

แอลกอฮอล์เข้มข้น

ในกรณีที่เพิ่งเริ่มมีเชื้อราเพียงเล็กน้อยก็สามารถนำแอลกอฮอล์ที่มีค่าความเข้มข้น 80 เปอร์เซ็นต์ ราดลงบนจุดที่เกิดเชื้อรา ซึ่งวิธีนี้ควรทำในพื้นที่ที่สามารถระบายอากาศได้ดีเท่านั้น และควรสวม ผ้าปิดปากแว่นตาถุงมือ ขณะลงมือทำความสะอาดด้วยครับ

น้ำยาป้องกันเชื้อรา และสีทาบ้านป้องกันเชื้อรา

หลังจากกำจัดเชื้อราผนังห้องออกจนหมดแล้ว ควรปล่อยผนังส่วนนั้นให้แห้งสนิทสัก 1 – 2 วัน แล้วจึงทาน้ำยาป้องกันเชื้อรา ทิ้งให้แห้งอย่างน้อย 3 ชั่วโมง โดยไม่ต้องล้างออก จากนั้นทาสีทาบ้านที่มีคุณสมบัติป้องกันเชื้อราทับ 2 – 3 รอบ โดยมีข้อควรระวัง คือ ไม่ควรทาสีหรือ แล็กเกอร์ทับลงบนผนังที่มีเชื้อราโดยตรง เพราะจะทำให้เชื้อราคงอยู่บริเวณนั้น ไม่หายไปไหนครับ

 

วิธีป้องกันไม่ให้เกิดเชื้อราในบ้านซ้ำหลังกำจัดไปแล้ว

1.ลดความชื้นภายในบ้านด้วยการเปิดหน้าต่างให้อากาศภายนอกระบายเข้า-ออกตลอดเวลา

2.อย่าตากเสื้อผ้าไว้ภายในบ้านเพราะจะยิ่งเป็นการเพิ่มความชื้นให้กับตัวบ้าน

3.ใช้เครื่องปรับอากาศหรือเครื่องลดความชื้น พัดลมดูดอากาศในห้องน้ำ หรือห้องครัวเพื่อลดความชื้นและช่วยให้อากาศถ่ายเทมากยิ่งขึ้น

เท่านี้เราก็จะสามารถป้องกันเชื้อราภายในบ้านไม่ให้กลับมาอีกได้อย่างดีครับ